สำนักเครื่องจักรกลดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อสูบน้ำช่วยเหลือชาวนาในเขตจังหวัดชัยนาท และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                        วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล พร้อมด้วยนายโยธิน ศรีสารคาม ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักรกลสูบน้ำ ได้มอบหมายให้ฝ่ายปฏิบัติการเครื่องจักรกลสูบน้ำที่3 (จังหวัดนนทบุรี) ส่วนเครื่องจักรกลสูบน้ำ สำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ขนาด 1.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 65 kVA บริเวณคลอง 1(ซ้าย) ตำบลชัยนาท อำเภอชัยนาท จังหวัดชัยนาท เขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ สำนักงานชลประทานที่ 12 โดยสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่งไปยังคลอง 1 (ซ้าย) โดยสามารถสูบน้ำได้วันละ 95,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือชาวนา ทำนาปี ขาดแคลนน้ำ ในการทำเกษตร พื้นที่รับประโยชน์ 1,000 ไร่ ทั้งนี้สำนักเครื่องจักรกล ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลอื่นๆ พร้อมให้การสนับสนุนแก่พี่น้องเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในปัจจุบัน
                     และในวันเดียวกัน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม พร้อมด้วย นายโยธิน ศรีสารคาม ได้มอบหมายให้ฝ่ายปฏิบัติการเครื่องจักรกลสูบน้ำที่ 3 (จังหวัดนนทบุรี) ส่วนเครื่องจักรกลสูบน้ำ สำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ขนาด 1.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 145 kVA บริเวณคลอง 1(ซ้าย) ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง สำนักงานชลประทานที่ 10 โดยสูบน้ำจากคลองนครหลวงส่งไปยังคลอง 1 (ซ้าย) โดยสามารถสูบน้ำได้วันละ 190,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือชาวนา ทำนาปี ขาดแคลนน้ำ ในการทำเกษตร พื้นที่รับประโยชน์ 3,000 ไร่
                     ทั้งนี้นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม เผยว่าสำนักเครื่องจักรกลได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพื่อรักษาระบบนิเวศ บรรเทาป้องกันน้ำเน่าเสียภายในคลอง รวมถึงช่วยเหลือชาวนาที่ขาดแคลนน้ำในการทำเกษตร และอีกในหลายพื้นที่ จึงได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถเครนและเครื่องจักรกลอื่นๆ รวมถึงรถบรรทุกน้ำไว้ พร้อมให้การสนับสนุนป้องกันภัย และบรรเทาอุทกภัยอันเกิดจากน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในปัจจุบัน โดยสามารถโทรไปแจ้งได้ที่สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา